การยาสูบแห่งประเทศไทย มีความห่วงใยผู้บริโภคถูกเอาเปรียบจากร้านค้าปลีกที่ขายบุหรี่เกินราคาที่กำหนด หลังพบข้อร้องเรียนจากผู้บริโภค และเป็นห่วงร้านค้าปลีกที่กระทำผิดด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายมีโทษทั้งจำ ทั้งปรับ

นายนพดล หาญธนสาร รองผู้ว่าการด้านบริหาร รักษาการแทนผู้ว่าการ การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการประกาศปรับภาษีสรรพสามิตยาสูบ เมื่อวันที่  1 ตุลาคม 2564 และบุหรี่ทุกตรามีการปรับขึ้นราคา ได้มีผู้บริโภคร้องเรียนว่าพบร้านค้าปลีกขายบุหรี่แพงเกินราคากำหนดในหลายพื้นที่

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบ พบร้านค้าปลีกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และอีกหลายจังหวัดที่เข้าข่ายกระทำความผิดตามมาตรา 29 ประกอบมาตรา 41 แห่ง พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งโดยมากมีการจำหน่ายบุหรี่ในประเทศ ราคาซองละ 68-72 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาขายปลีกที่กรมสรรพสามิตอนุมัติ ซองละ 66 บาท และจำหน่ายบุหรี่จากต่างประเทศ ราคาซองละ 72-75 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาขายปลีกที่กรมสรรพสามิตอนุมัติ ซองละ 70 บาท

อย่างไรก็ดี จากการร้องเรียนและร้องทุกข์ของผู้บริโภค  เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) จึงได้ติดตามพฤติกรรมร้านค้าปลีกและเข้าทำการล่อซื้อบุหรี่จากร้านค้าปลีกที่เข้าข่ายกระทำความผิด  และได้มีการเชิญร้านค้าปลีกจำนวนหนึ่งมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสืบหาข้อเท็จจริง พร้อมหาสาเหตุจูงใจในการจำหน่ายบุหรี่เกินราคา

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามเบื้องต้นร้านค้าปลีกบางรายอ้างว่าไม่ทราบราคาขายปลีกที่ถูกต้อง  ขณะที่บางรายอ้างว่ามีต้นทุนซื้อบุหรี่จากยี่ปั๊ว ซาปั๊วสูง  จึงขายปลีกเกินราคาที่กำหนด  โดยหากการสืบสวนข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ บก.ปคบ. พบว่าร้านค้าปลีกมีเจตนาในการกระทำผิดจริงจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฏหมาย  ซึ่งโทษของผู้กระทำผิดตามมาตรา 29 ประกอบมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  นอกจากนี้ หากผู้ประกอบการรายใดหรือบุคคลใด แนะนำ ยุยง ปลุกปั่น ให้ร้านค้าปลีกขายบุหรี่เกินราคา อาจได้รับโทษตามกฏหมายที่เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน

นายนพดล ทราบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเดินหน้าติดตามและลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายบุหรี่ของร้านค้าปลีกทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นด้วยการล่อซื้อ  เพื่อหยุดพฤติกรรมการขายบุหรี่เกินราคา  ซึ่งถือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างไม่เป็นธรรมและเป็นการซ้ำเติมภาระค่าครองชีพของผู้บริโภคในยุคที่ยังต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำรวมทั้งจะมีการขยายผลไปยังยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ที่ร้านค้าปลีกไปรับบุหรี่มาจำหน่ายเพิ่มเติม

“เพื่อเป็นการป้องกัน ป้องปราม และปราบปราม ผู้กระทำความผิด ขายบุหรี่เกินราคาที่กำหนด หากประชาชนพบเห็นร้านค้าปลีกขายบุหรี่เกินราคาที่กำหนด สามารถร้องเรียนได้ที่ หน่วยเฉพาะกิจ ปปข. หรือ หากร้านค้าปลีกหรือผู้บริโภคไม่ทราบหรือไม่มั่นใจราคาบุหรี่ขายปลีกที่ถูกต้อง สามารถสอบถามได้ที่ หน่วยเฉพาะกิจ ปปข. โทร 061-3980164, 080-6847316”

กองสื่อสารองค์กร