ปัจจัยที่มีผลกระทบหลักต่อกิจการ

ข้อ 1. ปัจจัยที่มีอิทธิพล/ผลกระทบหลักต่อกิจการ

ด้านการตลาด

  • ¬ ปัจจัยลบที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในปี 2558  มาจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะเป็นไปได้มากน้อยเพียงใดคงต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจ หากมองจากปัจจัยที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยปี 2558 น่าจะมาจาก  
    • 1.1 เศรษฐกิจไทยปี 2558 อ่อนแอกว่าที่คาดไว้เดิม หลังการฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีแรกเปลี่ยนไปอย่างเชื่องช้า จากการลดลงของมูลค่าการส่งออก อุปสงค์ในประเทศที่ซบเซาลงมาก ขณะที่แรงกระตุ้นจากการลงทุนภาครัฐยังทําได้จํากัด และเกิดความล่าช้าใน หลายโครงการ ประกอบกับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่อยู่ในระดับต่ำมีผลกดดันราคาสินค้าส่งออกหลายชนิด การผลิตในภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนภาคเอกชนจึงยัง อยู่ในระดับต่ำ
    • 1.2 ปัญหาภาระหนี้สินภาคครัวเรือนของไทยที่มีอัตราสูงขึ้นจากปี 2557 ส่วนหนึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว รวมถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังไม่สู้ดีนักซึ่งมากจากที่คนมีรายได้ลดลงนั้น เป็นผลกระทบมาจากเศรษฐกิจในภาพใหญ่ที่ชะลอตัวลงอาจทำให้สถาบันการเงินต่างๆ มีการเข้มงวดมากขึ้นสำหรับการปล่อยสินเชื่อ
    • 1.3 ความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก ซึ่งจะส่งผลต่ออัตราการขยายตัวภาคการส่งออกสินค้าไทย การส่งออกยังคงอ่อนแอ จากปัจจัยเสี่ยงทั้งราคาสินค้าส่งออกที่สําคัญลดลงตามราคาพืชผลเกษตร น้ำมัน และสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าภาคส่งออกจะปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นในปี 2559
    • 1.4 ค่าเงินบาท คาดการณ์ว่าอัตราค่าเงินบาท น่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีนี้
    • 1.5 สถานการณ์ภาพรวมของเศรษฐกิจโลกที่จะยังคงมีความผันผวนอยู่พอสมควร
    • 1.6 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังคงติดลบตามราคาพลังงาน
    • 1.7 ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่ำ กว่าที่ระดับ 50 สะท้อนให้ เห็นว่าประชาชนยังไม่มีความเชื่อมั่น ต่อภาวะเศรษฐกิจ

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค

รายการ

มิ.ย.58

ก.ค.58

ส.ค.58

ก.ย.58

ต.ค.58

พ.ย.58.

ธ.ค.58

ดัชนีความเชื่อมั่นโดยรวม

38.9

33.7

34.6

35.4

36.2

37.6

37.2

    • ¬ การปรับตัวสูงขึ้นของระดับราคาสินค้าส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพ ทำให้ผู้บริโภคต้องระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย หรือหันไปบริโภคสินค้าทดแทนที่มีราคาต่ำกว่า
    • ¬ ในปีงบประมาณ 2558 มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2557 ร้อยละ 1.70 เนื่องจากปีงบประมาณ 2558 มีการวางจำหน่ายบุหรี่ตราใหม่ KRONG THIP 7.1 และมีการปรับปรุงรสชาติบุหรี่ SMS ซองสีเขียว รวมถึงการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย การจัดโครงการผลักดันตลาดบุหรี่ KRONG THIP 7.1 และนโยบายการกำหนดการบริหารการตลาด และการขายตามกลุ่มพื้นที่ (NODE) รวมถึงการกักตุนเพื่อเก็งกำไรก่อนที่จะมีการปรับราคาบุหรี่จากการประกาศใช้พระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย
    • ¬ การรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่ทุกรูปแบบของหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนที่ดำเนินการอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ในปีนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้ผู้ประกอบการผลิตและนำเข้าบุหรี่ซิการ์แรตในประเทศไทย ได้มีการเปลี่ยนข้อความคำเตือนพิษภัยและอันตรายของผลิตภัณฑ์ยาสูบด้านข้างซองบุหรี่ 10 ข้อความใหม่ โดยพิมพ์บนพื้นที่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของพื้นที่ด้านข้างซองบุหรี่ทั้ง 2 ข้าง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 18 พ.ศ.2558 เรื่องการแสดงข้อความเกี่ยวกับพิษภัยและอันตรายจากการบริโภคผลิตภัณฑ์ยาสูบในฉลากของบุหรี่ซิกาแรต ซึ่งออกมาทดแทนประกาศฉบับเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ พ.ศ.2554 จากนั้นเจ้าหน้าที่จะเริ่มออกตรวจสินค้า และหากผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จะดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าและผู้จำหน่าย

ข้อ 2. ภาวะอุตสาหกรรมและแนวโน้มในอนาคต (ตลาดบุหรี่ในประเทศ)

    • ¬ กฎหมายบุหรี่ (พ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ และ พ.ร.บ. คุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่) ได้มีการบังคับใช้มากว่า 20 ปีแล้ว ในขณะที่บริษัทบุหรี่ได้พัฒนาเทคนิคการตลาดใหม่ๆ รวมทั้งมีผลิตภัณฑ์ยาสูบชนิดใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด ทำให้มีผู้เสพติดบุหรี่รายใหม่อย่างต่อเนื่อง
    • ¬ ประเทศไทยมีพันธกรณีที่จะต้องปรับปรุงกฎหมายควบคุมยาสูบให้สอดคล้องกับอนุสัญญาควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลกที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 179 รัฐภาคีที่ต้องควบคุมการทำการตลาดของบริษัทบุหรี่
    • ¬ ผลการสำรวจประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป พบว่าในปี 2558 มีผู้ที่สูบบุหรี่ 10.9 ล้านคน (ร้อยละ 19.9) และมีแนวโน้มการสูบบุหรี่ลดลงจากร้อยละ 23.0 ในปี 2547 เป็นร้อยละ 19.9 ในปี 2558  โดยผู้ชายและผู้หญิงมีพฤติกรรมการสูบบุหรี่ลดลง

 

conflic

ย้อนหลัง 5 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2553–2558

ปีงบประมาณ

Market Size

(ล้านมวน)

2554

41,418.10

2555

42,803.37

2556

43,686.85

2557

39,979.05

2558

40,481.85

ข้อ 3. การเปิดเผยข้อมูลและข่าวสาร สารสนเทศผู้มีส่วนได้เสีย (โดยย่อ)

ด้านการตลาด

ดำเนินการวิจัย โดยจัดทำการสำรวจความพึงพอใจผู้บริโภคในตลาด เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่น่า
พึงพอใจของผู้บริโภค ในปีงบประมาณ 2558  ดังนี้

3.1 ดำเนินโครงการฯ ร่วมกันระหว่างฝ่ายตลาด ฝ่ายขาย และฝ่ายผลิต ตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ 2558 แผนปฏิบัติการระยะยาว ข้อ 3.1.1 แผนวิจัยความต้องการและเสียงของลูกค้า (ข้อมูลป้อนกลับ) วัตถุประสงค์ มีข้อมูลป้อนกลับเพื่อนำมาพัฒนาแผนการตลาด ให้สอดรับกับแผนยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ ข้อ 3.1 พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในตราสินค้าและผลิตภัณฑ์ (Product Brand) เพื่อสนับสนุนการรักษาฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายระยะยาว ได้ผลการวิจัยความต้องการของลูกค้าปีละไม่ต่ำกว่า 2 เรื่อง

3.1.1 โครงการศึกษาวิจัยเรื่อง พฤติกรรมผู้บริโภค ความพึงพอใจ ความผูกพัน และความภักดีที่มีต่อแบรนด์บุหรี่โรงงานยาสูบ และคู่แข่งขัน โดยดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภคที่สูบบุหรี่ 2 ตราหลัก ของโรงงานยาสูบ คือ กรองทิพย์ 90 และสายฝน90 บุหรี่ตราต่างประเทศ จำนวน 4 ตรา คือ L&M อเมริกัน, L&M เมนทอล, L&M  7.1 อเมริกัน, L&M 7.1 เมนทอล

3.1.2 โครงการศึกษาความพึงพอใจของลูกค้าบุหรี่โรงงานยาสูบ สำรวจความพึงพอใจของร้านขายส่งยาสูบ ร้านขายส่งช่วงยาสูบ ร้านขายปลีก และผู้บริโภค เพื่อนำผลมาเป็นตัวชี้วัดในการประเมินผลการดำเนินการขององค์กร (PA)  และนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์

3.2 ดำเนินโครงการฯ ร่วมกันระหว่างฝ่ายตลาด สายงานผู้ชำนาญการปรุง และสำนักการพิมพ์ ผ่านคณะทำงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ฯ เพื่อให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ 2558 ข้อ 3.1.2 แผนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่/Rebrand ตามความเหมาะสมและตอบสนองความต้องการเฉพาะกลุ่ม วัตถุประสงค์สร้างสินค้าตอบสนองความต้องการของลูกค้า เป้าหมายจำนวนผลิตภัณฑ์ 3 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญระดับองค์กร ได้แก่

3.2.1 สำรวจความพึงพอใจผู้บริโภคทดสอบบุหรี่ทดลอง เมนทอล เพื่อออกผลิตภัณฑ์ใหม่ KRONG THIP 7.1 (ซองเขียว)

3.2.2 สำรวจความพึงพอใจบุหรี่ทดลองจากกลุ่มผู้สูบบุหรี่ตรา KRONG THIP 7.1  (ซองเขียว) เพี่อเป็นข้อมูลในการปรับปรุงคุณภาพบุหรี่ในด้านความเย็น

3.2.3 สำรวจความพึงพอใจบุหรี่ทดลองราคาประหยัด (เพื่อเป็นข้อมูลในการปรับปรุงคุณภาพ และรสชาติสำหรับการออกผลิตภัณฑ์ใหม่)

ข้อ 4. สถิติผลการดำเนินงาน – การตลาด การส่งออก

ยอดการจำหน่ายบุหรี่โรงงานยาสูบ ย้อนหลัง 5 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2553–2557

ปีงบประมาณ

จำหน่ายในประเทศ

(ล้านมวน)

ส่งออก

(ล้านมวน)

2554

32,56751

18.89

2555

32,602.45

24.70

2556

33,072.87

35.64

2557

30,319.79

28.84

2558

30,836.45

69.14